วิตามินซี มีคุณสมบัติละลายน้ำ จึงสามารถซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส ลดปัญหาสิว ฝ้า กระ หมดกังวลเรื่องผิวเสียไปได้เลย มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเนียนใส สัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่มเหมือนผิวเด็ก พร้อมฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านจากการถูกแดดเผา ให้กลับมาเรียบเนียนและดูมีสุขภาพผิวดีอีกครั้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็ก เหมาะกับคนที่ขาดธาตุเหล็กหรือร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อย โดยวิตามินซีจะทำให้ร่างกายของเรามีความสามารถในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และได้รับปริมาณของธาตุเหล็กและวิตามินซีที่เพียงพอในแต่ละวัน ความเครียดจะทำให้วิตามินซีถูกสลายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวิตามินซีจะถูกดึงไปใช้เพื่อปรับสภาพอารมณ์ในปริมาณมาก ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียดและหมั่นทำกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายบ่อยๆ เพื่อให้วิตามินซีถูกนำไปใช้อย่างช้าที่สุด

วิตามินซีมีศัตรูคือ แสง ออกซิเจน บุหรี่ ความร้อนและน้ำ ซึ่งหากได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้นานๆ จะทำให้วิตามินซีสลายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ร่างกายขาดวิตามินซีในที่สุด การทานวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย เป็นนิ่วหรือมีผื่นผิวหนัง แถมยังอาจทำให้ผลการตรวจวินิจฉัยโรคบางโรคแปรปรวนไปจากความเป็นจริง เพราะฉะนั้นจึงควรทานวิตามินซีในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการทานวิตามินซีเสริมเมื่อต้องตรวจวินิจฉัยโรค เช่น โรคมะเร็ง เพื่อให้ผลตรวจออกมาตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด

ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับ คือ 60 มก ต่อวัน ในคนปกติ ส่วนในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้สูงอายุ ควรได้รับวิตามินซีมากขึ้นประมาณ 70-95 มก ต่อวัน การทานวิตามินซีให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ควรทานหลังมื้ออาหารหรือทานพร้อมอาหาร เพราะวิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและวิตามินซีไปใช้งานได้ง่ายขึ้น และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร


คำตอบของ JustShootMe

  • Q. ดีท็อกซ์มะนาวมีประโยชน์ยังไง

    A. ประโยชน์ของวิตามินซีไม่ใช่มีแค่เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเท่านั้น มาดู 5 คุณประโยชน์ของการทำดีท็อกซ์มะนาว

    1. ดีท็อกลำไส้ของคุณ: ร่างกายจะดูดซึมวิตามินซีในส่วนบนของลำไส้ วิตามินซียังไม่ถูกดูดซึมเข้าไปในลำไส้เล็กและทำให้อุจจาระเหลวเป็นน้ำลักษณะเหมือนท้องร่วง การรับประทานวิตามินซีในปริมาณมากเราสามารถทำให้อุจจาระเหลว ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งยวดในการดีท็อกซ์ระบบลำใส้

    2. เพิ่มความแข็งแกร่งและทำให้คุณออกกำลังกายได้นานขึ้น : วิตามินซีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อในทุกส่วนของร่างกาย จึงเหมาะกับการรับประทานวิตามินซีก่อนและหลังการออกกำลังกาย หนึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซินพบว่า กลุ่มที่ได้รับวิตามินซี 500 มก ก่อนออกกำลังกายมีอัตราการเต้นหัวใจลดลงอย่างเห็นได้ชัดในระหว่างการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังพบว่าระดับคอร์ติซอลหลังการออกกำลังกายลดลงและฟื้นฟูอาการเหนื่อยล้าโดยรวม

    3. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อมหมวกใต : ปกติตามธรรมชาติจะพบวิตามินซีเป็นจำนวนมากในต่อมหมวกไต จากผลการวิจัยพบว่าความเครียดสามารถทำให้ร่างกายของเราสูญเสียวิตามินซี คนที่อยู่ในสภาวะความเคลียดจะมีสารคอร์ติสอลในเลือดสูง ซึ่งมีผลทำให้ต่อมหมวกใตมีการผลิตโฮโมนลดลง ดังนั้นการรับประทานวิตามินเสริมทำให้การทำงานของต่อมหวมกใตในการผลิตฮอร์โมนเมื่ออยู่ในสภาวะเคลียดได้ดีขึ้น

    4. ช่วยลดไขมันหน้าท้องและเพิ่มความว่องไวในการทำงานของอินซูลิน : วิตามินซีเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่หลายคนอาจจะไม่รู้วว่ามันยังมีบทบาทสำคัญต่อระดับน้ำตาลในเลือดของเรา วิตามินซีและกลูโคสมีโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายกัน ดังนั้นทั้งสองตัวแข่งขันกันในการเข้าสู่ไปในเซลล์ หากมีกลูโคสอยู่รอบ ๆ มาก ๆ วิตามินซีจะเข้าสู่เซลล์ได้น้อยลงทำให้เกิดความบกพร่อง ไม่เพียง จากการศึกษาในปี 2550 ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของประเทศอินเดียพบว่าคนที่ได้รับอาหารเสริมวิตามินซีมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำไตรกลีเซอไรด์คอเลสเตอรอล (LDL) และระดับอินซูลินลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    5. ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ : การวิจัยจาก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กเลย์ ได้เพิ่มหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินซีสามารถลดความเข้มข้นของ โปรตีน C-reactive (CRP) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของการอักเสบที่เป็นหัวใจสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวาน สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่ที่มีระดับ CRP ในปริมาณสูงวิตามินซี ในแต่ละวัน 1,000 ถึง 3,000 มก. ต่อวัน จะลดระดับของการเกิดปัจจัยเสี่ยงอักเสบลงหลังจากผ่านไปสองเดือน

  • 15/11/2018

    Q. คนเป็นโรคหอบหืดกินวิตามินซีเสริมได้มั้ย

    A. โรคหืด (Asthma) ที่คนทั่วไปมักเรียกว่า “โรคหอบหืด” คือ โรคทางเดินหายใจที่ไม่ติดต่อที่พบได้บ่อยและมีโอกาสเกิดได้ทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง เด็กและผู้ใหญ่ แต่มีความชุกสูงสุดอยู่ที่ช่วงอายุ 10-12 ปี เกิดจากการหดตัวหรือตีบแคบของระบบทางเดินหายใจเป็นครั้งคราว ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจหอบเหนื่อยเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง โรคหือเกิดจากปัจจัยร่วมกันหลายประการ ทั้งทางด้านกรรมพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การติดเชื้อ และภูมิแพ้ต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้มีการอักเสบเรื้อรังของหลอดเลือด ทำให้หลอดลมมีความไวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ แต่ส่วนมากจะไม่มีอันตรายร้ายแรง ยกเว้นในรายที่เป็นมากหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ก็อาจทำให้เกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นถาวรหรือทำเป็นอันตรายถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับการรักษาทั่วไปเมื่อมีอาการหอบหืดกำเริบฉับพลัน ให้สูดยากระตุ้นเบต้า 2 ทันที แต่ถ้าไม่มียาชนิดสูดแพทย์จะฉีดยากระตุ้นเบต้า 2 เข้าใต้ผิวหนังแทน ฉะนั้นคนเป็นโรคหืดจำเป็นต้องพกติดตัวตลอดเวลา ผลการวิจัยล่าสุดโดยนักวิจัยด้านโภชนาการพบว่า ประโยชน์ของวิตามินซีช่วยลดความถี่ และระยะเวลาของอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากขึ้นเพราะได้รับประโยชน์จากผลการต้านอนุมูลอิสระของวิตามินซีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เป็นโรคหืด และด้วยปริมาณวิตามินซี 50 มก. ต่อวันช่วยลดการตอบสนองต่อการเกิดอาการหอบหืดได้อย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกันปริมาณวิตามินซี 1,000 มก. ต่อวันช่วยยับยั้งการหลั่งสารอีสตามีนซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการเกิดภูมิแพ้ในระยะยาวแก่ผู้ป่วยด้วยโรคหืดด้วยเช่นกัน

  • 14/11/2018

    Q. มีสูตรการทำเครื่องดื่มวิตามินซีสำหรับคนออกกำลังกายอะไรบ้าง

    A. เราขอแนะนำสูตรการนำพืชสมุนไพรมาทำเป็นเครื่องดื่ม ที่ดีต่อสุขภาพและเหมาะกับช่วงหลังการออกกำลังกาย นั่นก็คือ น้ำขิงผสมมะนาว วิธีการทำน้ำขิงผสมมะนาว ก็แค่การทำน้ำขิงต้ม ใช้ขิงแก่ทุบแล้วเอาลงต้มในน้ำร้อน จนน้ำในขิงออกมาผสมอยู่ในน้ำมีกลิ่นหอม เอาลงพักให้เย็น แล้วใส่ขวดแช่เย็นไว้ หลังออกกำลังกายกลับมา เราก็เทออกมาใส่แก้ว บีบมะนาวใส่สักซีกหนึ่ง ก็จะได้เครื่องดื่มน้ำขิงผสมมะนาวที่ให้ทั้งความสดชื่นและช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายแล้ว หากชอบหวานก็ใส่น้ำผึ้งได้เล็กน้อย วิตามินซีในมะนาวจะช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีจากการเล่นฟิตเนสที่ต้องใช้สภาพร่างกายข่อนข้างมาก วิตามินซีมีความจำเป็นต่อการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยในการเผาผลาญโปรตีน และเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายสำหรับผู้ชายอีกด้วย ส่วนขิงก็มีสรรพคุณช่วยป้องกันการอักเสบในร่างกายได้ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่เสียหายไม่เกิดการอักเสบที่ทำให้เจ็บปวด จึงช่วยลดอากรปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย

  • 13/11/2018

    Q. วิตามินซีช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือ

    A. มีรายงานจากผลการวิจัยในหอสมุดแพทย์แห่งชาติสหรัฐอเมริกาว่าด้วยประโยชน์ของวิตามินซีต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งที่น่าตื่นเต้นแสดงให้เห็นว่าการรับประทานอาหารเสริมวิตามินซีช่วยลดผลกระทบที่เป็นพิษของยาเคมีบำบัดในผู้ป่วย เช่นความเสียหายต่อเนื้อเยื่อหัวใจ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการต่อต้านมะเร็งของยาเคมีบำบัดอีกด้วย นอกจากนี้การศึกษายังพบอีกว่าวิตามินซีและ สารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ และ มีผลในการต่อต้านการอักเสบเพื่อช่วยในการต่อสู้โรคมะเร็ง ผลการวิจัยอีกฉบับยังยืนยันว่าการรับประทานวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ เสริม เป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่องกัน อาจมีบทบาททางเคมีที่สำคัญในการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นการช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ในระดับหนึ่งนั้นเอง

    สามารถดูรายงายผลวิจัยจากหอสมุดแพทย์แห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้จากลิ้งก์ข้างล่างนี้
    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17652822

    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16323444

    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15587587

    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15700780

  • 12/11/2018

    Q. วิตามินซีมีผลดีผลเสียยังไงกับเด็กในท้อง

    A. วิตามินซีถือว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อทารกในครรภเ์พราะช่วยในการผลิตคอลลาเจนซึ่งสนับสนุนการเจริญเติบโตตาม สร้างความแข็งแรงของกระดูก ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของทารก อีกทั้งยังช่วยให้ลูกน้อยดูดซึมธาตุเหล็กและสะสมใว้เพื่อใช้ในภายหลังได้ ปริมาณวิตามินซีที่แนะนำในระหว่างตั้งครรภ์คือ 70 - 95 มิลลิกรัมต่อวัน ทางออกที่ดีที่สุดคือการรับประทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดทุกวันรวมถึงอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซีอย่างน้อยหนึ่งอย่างแหล่งอาหารที่ดีของวิตามินซี ในกรณีที่ร่างกายของหญิงมีครรภ์ที่ได้รับวิตามินซีมากเกินไป วิตามินซีมีคุณสมบัติละลายในน้ำ ส่วนเกินก็จะถูกกำจัดออกทางระบบปัสาวะ ในทางการแพทย์ยังไม่มีรายงานความผิดปกติของทารกที่ได้รับวิตามินซีระหว่างตั้งครรภ์ แต่การรับประทานขนาดสูง เป็นเวลานานตลอดช่วงตั้งครรภ์ก็อาจส่งผลกระทบถึงลูกน้อยในครรภ์ได้ แต่ถ้าหากคุณแม่ที่กำลังท้องและอยู่ในภาวะขาดวิตามินซีควรที่จะได้รับคำปรึกษาจากสูตินารีแพทย์ เพื่อประเมินการใช้ยาวิตามินซีให้เหมาะสมและความจำเป็นจะดีที่สุด

  • 10/11/2018

    Q. จะรู้ได้ไงว่าร่างกายขาดวิตามินซี

    A. สัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินซีอาจจะสังเกตุได้ง่ายๆ จาก 3 ลักษณะดังต่อไปนี้ 1. เป็นโรคลักปิดลักเปิด หรือ โรคเลือดออกตามไรฟันโดยเฉพาะเวลาแปรงฟัน เปิดโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินซีที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย 2. เป็นภูมิแพ้และป่วยบ่อย ๆ เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ สาเหตุหลักเกิดจากร่างกายขาดวิตามินซีที่เป็นสารอนุมูลอิสระและช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย 3. ปัญหาเรื่องผิวพรรณ ฟอกช้ำได้ง่าย และเป็นแผลหายช้า การที่ร่างกายขาดวิตามินซีเป็นเวลานานๆ ก็จะแสดงอาการออกทางผิวหนัง และเส้นเลือดเนื่องจากวิตามินซีเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อ หลอดเลือด และเม็ดเลือด เมื่อขาดวิตามินซีจึงทำให้เส้นเลือดไม่แข็งแรง เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตกง่าย ผิวช้ำง่าย ซูบซีด เหี่ยวย่น หยาบกระด้าง เป็นฝ้า กระและจุดด่างดำ

  • 08/11/2018

    Q. ผักหรือผลใม้อะไรที่มีวิตมินซีมากที่สุดในโลก

    A. ผล คามู คามู (Camu Camu) เป็นผลใม้ที่มีปริมาณวิตามินซีมากที่สุด ลักษณะเป็นผลเล็ก ๆ เติบโตริมแม่น้ำแถบป่าอเมซอนในประเทศบราซิลและเปรู ปริมาณวิตามินซีของผล คามู คามู พบได้ตั้งแต่ 1,882 ถึง 2,280 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมของผลสด หรือประมาณ 40 เท่าของวิตามินซีที่พบในส้ม ผล คามู คามูแห้งนำไปสกัดทำเป็นผง คามู คามู ซึ่งมีจำหน่ายในร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ และมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นิยมนำไปเป็นส่วนผสมในน้ำปั่น ไอศกรีม ขนมอบ ซอส น้ำสลัด และอื่น ๆ อีกมากมาย

  • 07/11/2018

    Q. ผักหรือผลใม้ของไทยอะไรให้วิตามินซีมากที่สุด

    A. จากการสำรวจในผักและผลใม้ของไทยพบว่า ผักคะน้าและฝรั่งมีปริมาณวิตามินซีสูงที่สุด 141 และ 156 มิลลิกรัม/100 กรัมตามลำดับ รองลงมาคือ กะหล่ำปลี ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศสีดา ผักกวางตุ้ง ข้าวโพดอ่อน ชะอม บรอคโคลี่ ดอกกะหล่ำ และลิ้นจี่ โดยมีปริมาณวิตามินซี 30-96 มิลลิกรัม/100 กรัม ส่วนผักและผลไม้ชนิดอื่นจะมีวิตามินซีที่ต่ำกว่า 30 มิลลิกรัม/100 กรัม อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ผักคะน้าจะมีปริมาณวิตามินซีสูง แต่เมื่อผ่านการต้มจนสุก ปริมาณวิตามินจะลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นฝรั่ง และลิ้นจี่ จึงเป็นแหล่งของวิตามินซีที่ดีกว่าผักสุก ฉะนั้นจึงควรเลือกกินผักสดและผลไม้ ก็จะได้ประโยชน์ของวิตามินซีจากธรรมชาติแบบเต็มๆ

  • 06/11/2018

    Q. วิตามินซีที่เป็นอาหารเสริมแต่ละแบรนด์แตกต่างกันยังไง

    A. วิตามินซีที่มีจำหน่ายตามร้านต่างๆ ที่เป็นอาหารเสริมแต่ละแบรนด์แทบจะไม่แตกต่างกันเลย อาจจะต่างกันที่ราคา แหล่งผลิต หรือรสชาติของแต่ละแบรนด์ ทางคุณสมบัติและประโยชน์ต่อสุขภาพแล้วเหมือนกันทุกอย่าง